คำแนะนำในการใช้ ยาแก้แพ้ หรือ ยาลดน้ำมูก โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ เทอดพงศ์ เต็มภาคย์

คำแนะนำในการใช้ ยาแก้แพ้ หรือ ยาลดน้ำมูก  โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ เทอดพงศ์ เต็มภาคย์

 

 

คำแนะนำในการใช้ ยาแก้แพ้ หรือ ยาลดน้ำมูก
โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ เทอดพงศ์ เต็มภาคย์

ยาแก้แพ้หรือชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า "คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine)" ซึ่งมีทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำเชื่อม

ยาแก้แพ้ชนิดน้ำเชื่อม เหมาะสำหรับใช้กับเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปีลงไป แต่ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 สัปดาห์เพราะจะทำให้เสมหะของเด็กเหนียวขับออกยาก

ยาแก้แพ้ชนิดเม็ด จะเป็นชนิดที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเมื่อเราเกิดป่วยเป็นหวัดขึ้นมาและมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม หรืออาจเกิดอาการแพ้อาหารทะเล มีผื่นคันขึ้นตามตัวคงต้องลงเอยที่การรับประทานยาแก้แพ้แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเราคงต้องทนทุกข์กับความทรมานของอาการที่เกิดจากการแพ้ดังกล่าวมา

วิธีการกินยาแก้แพ้ที่ถูกต้อง
ควรกินยาแก้แพ้ วันละ 2-4 ครั้ง หรืออย่างน้อยหลังจากกินยาแก้แพ้ครั้งแรก ต้องรอให้ผ่านไปอีกประมาณ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย จึงจะเริ่มกินยาแก้แพ้ครั้งต่อไป

ห้ามกินยาแก้แพ้ร่วมกันกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือยาจำพวกระงับประสาทเด็ดขาด เพราะจะทำให้เพิ่มความง่วงนอนอย่างมาก


หากกินยาแก้แพ้เข้าไปแล้ว เกิดอาการไอเพิ่มขึ้นอย่างมาก ควรเลิกทานยาแก้แพ้โดยทันที เพราะยาแก้แพ้จะทำให้เสลดหรือเสมหะมีความเหนียวข้นมากกว่าเดิม

ปริมาณการกินยาแก้แพ้ชนิดเม็ด ในวัยผู้ใหญ่ ควรกินครั้งละ 1 เม็ด เด็กที่มีอายุ 7-12 ปีควรกินครั้งละครึ่งเม็ด เด็กที่มีอายุ 4-7 ปี ควรกินครั้งละ 1 ใน 4 ของเม็ด ส่วนเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี ต้องทานยาแก้แพ้ชนิดน้ำเชื่อมเท่านั้น เพราะว่าถ้าหากเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี ทานยาแก้แพ้เกินขนาดอาจทำให้เกิดอาการชักรุนแรงขึ้นได้

ปริมาณการกินยาแก้แพ้ชนิดน้ำเชื่อม สำหรับเด็กอายุ 4-7 ปี ทานครั้งละครึ่งถึงหนึ่งช้อนชา เด็กอายุ 1-4 ปี กินครั้งละครึ่งช้อนชา โดยต้องไม่มากไปกว่าวันละ 3-4 ครั้งต่อวัน เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี กินครั้งละครึ่งช้อนชา โดยต้องไม่มากไปกว่าวันละ 2 ครั้งต่อวัน

การกินยาแก้แพ้ ห้ามเคี้ยวหรือบดตัวยาอย่างเด็ดขาด
ในบางครั้งการรักษาอาการแพ้ อาจจะต้องแก้ไขหรือทำการป้องกันไปที่สาเหตุของการแพ้กันก่อนเป็นอันดับแรกสุด ว่าเราแพ้อะไร เช่น หากเราแพ้อาหารทะเล ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล หากแพ้อากาศ ก็ต้องหลีกเลี่ยงการนำตัวเองไปในสถานที่ที่มีฝุ่นละอองอยู่เยอะ เป็นต้น แต่ยารักษาที่วิเศษที่สุดก็คือ การออกกำลังกายให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงอยู่เสมอ

Cr:https://www.honestdocs.co/take-anti-allergy-correctly



ตารางตรวจ: ทุกวันจันทร์ และ พุธ ที่ เดอเมช คลินิก
เพื่อความสะดวกของคุณแม่สามารถสอบถามข้อมูล/จองคิวนัดตรวจได้ที่เบอร์และ line พิเศษเพื่อการนัดตรวจกับอาจารย์เทอดพงศ์ได้ที่ 0836699449
Line: @DeMedclinic1 (11.30-20.30 น.)
ลิ้งค์ Line ID : http://line.me/ti/p/@Demedclinic



Powered by MakeWebEasy.com