แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

Last updated: 18 ก.ย. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

 

 ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป แล้วแต่บุคคล

แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

Papular Acne Scars on the Back and Trunk: What Do They Look Like and How Can They Be Treated?

ลักษณะของแผลเป็นตุ่มนูนจากสิว (Papular Acne Scar)

ลักษณะภายนอก: มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก สีเนื้อ (Skin color) หรือสีขาว
สัมผัส: สัมผัสแล้วตุ่มจะไม่แข็งมาก ไม่เหมือนแผลเป็นคีลอยด์ทั่วไป
รูปแบบการเกิด: มักเกิดรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ คล้ายก้อนกรวด (Cobblestone-like papules)
บริเวณที่พบบ่อย: เกิดตามหลังการเป็นสิว มักพบบ่อยบริเวณจมูก คาง และกรอบหน้า บริเวณหลังและลำตัว

ข้อควรระวังสำคัญ: Papular Acne Scar ไม่ใช่สิวอุดตัน (Comedone) หากเข้าใจผิดแล้วนำมือไปบีบ เค้น หรือกดออก อาจยิ่งกระตุ้นการอักเสบและทำให้แผลเป็นนูนรุนแรงขึ้น

สถิติการพบ: พบในผู้ที่มีประวัติเป็นสิวบริเวณหลังได้สูงกว่า 50% และพบประมาณ 12–13% ในผู้ที่เป็นสิวบริเวณจมูกและคาง

ในผู้ที่มีแผลเป็นคีลอยด์จากสิว สามารถพบ Papular Acne Scar ร่วมด้วยได้สูงถึง 80%

กลไกทางชีววิทยา: เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสมดุลการสร้างและการสลายเนื้อเยื่อ รวมถึงระบบ Matrix Metalloproteinases (MMPs) และตัวควบคุมการทำงานของเอนไซม์เหล่านี้ ส่งผลให้กระบวนการ remodeling ของผิวผิดปกติและเกิดเป็นตุ่มนูนขึ้นมา

ลักษณะที่พบร่วม: มักพบร่วมกับหลุมสิวบริเวณใบหน้าหรือลำตัว

แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

แนวทางการรักษาและเทคโนโลยีที่ใช้
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ถือเป็น Gold Standard เพียงวิธีเดียว แพทย์จึงมักพิจารณาใช้หลายเทคนิคหรือหลายเทคโนโลยีร่วมกัน โดยเลือกตามลักษณะของแผลเป็นและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Erbium Laser / Pinhole Technique: เป็นการใช้เลเซอร์รักษาแบบเฉพาะจุด เหมาะกับตุ่มที่สามารถกำหนดตำแหน่งได้ชัดเจน

Intralesional Radiofrequency / Needle-guided RF: ใช้เข็มส่งพลังงานคลื่นวิทยุเข้าสู่ใต้ชั้นผิวหรือบริเวณแผลเป็นโดยตรง เพื่อช่วยปรับโครงสร้างของรอยโรค

CO₂ Laser / Electrocautery: สามารถใช้ลดหรือตัดแต่งตุ่มนูนเฉพาะจุด เหมาะในกรณีที่มีจำนวนตุ่มไม่มาก อย่างไรก็ตาม ในคนเอเชียควรระมัดระวังความเสี่ยงของรอยดำหลังการอักเสบ หรือ Post-inflammatory Hyperpigmentation (PIH)

Fractional CO₂ Laser: สามารถใช้เพื่อช่วยลดความรุนแรงของแผลเป็นและปรับพื้นผิวของผิวในกรณีที่มีรอยโรคหลายตำแหน่ง

Fractional Picosecond Laser: เป็นอีกเทคนิคที่สามารถนำมาใช้ได้ โดยอาศัยกลไก Photoacoustic effect และ Laser-Induced Optical Breakdown (LIOB) มากกว่าการใช้ความร้อนเป็นหลัก จึงอาจช่วยลด thermal injury และลดความเสี่ยงของ PIH ในผู้ป่วยบางกลุ่ม

Fractional Non-Ablative Laser เช่น LaserME: ใช้กลไก Photothermal effect เพื่อกระตุ้น dermal remodeling และสามารถนำมาใช้ร่วมกับ Picosecond Laser เพื่อเสริมการปรับโครงสร้างของแผลเป็น

RF Microneedling: ใช้เข็มขนาดเล็กส่งคลื่นวิทยุเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการ remodeling ของโครงสร้างผิวและแผลเป็น

การฉีดยาเฉพาะจุด: อาจพิจารณาในกรณีที่แผลเป็นมีลักษณะนูนหนา แข็ง หรือมีแนวโน้มเป็น hypertrophic scar หรือ keloid

แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

แผลเป็นตุ่นนูนจากสิวที่หลังและลำตัว Papular Acne Scar มีลักษณะอย่างไรดูแลได้อย่างไร ?

การดูแลและการป้องกัน
รีบรักษาสิว: การรักษาและควบคุมสิวอักเสบให้เร็วตั้งแต่ระยะแรกเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่สุดในการลดโอกาสเกิดแผลเป็น

หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ หรือกด: การบีบหรือแกะสิวสามารถเพิ่มการอักเสบและทำลายโครงสร้างของผิวมากขึ้น ทำให้เกิดแผลเป็นที่รักษายากกว่าเดิม

การใช้ Topical Retinoids: สามารถใช้ยาทากลุ่ม Retinoids หรือ Retinoic Acid เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเพื่อช่วยปรับสภาพผิวได้ โดยในผู้ที่ระคายเคืองง่ายอาจเริ่มใช้ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้งก่อน แล้วจึงปรับตามความเหมาะสม

หากต้องทาบริเวณหลังซึ่งเข้าถึงได้ยาก อาจเลือกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ใช้ง่าย เช่น สเปรย์ หรือให้ผู้อื่นช่วยทา

กระบวนการรักษา Papular Acne Scar มักต้องใช้เวลาในการรักษา และหลายกรณีจำเป็นต้องใช้เทคนิคหลายชนิดร่วมกัน ผลการตอบสนองจะแตกต่างกันไปตามชนิดของแผลเป็น ตำแหน่ง สีผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

สรุป
Papular Acne Scar เป็นแผลเป็นจากสิวที่มีลักษณะเป็น ตุ่มนูนขนาดเล็ก สีเนื้อหรือสีขาว มักไม่แข็งเหมือนคีลอยด์ และอาจเกิดรวมกันเป็นกลุ่มคล้ายก้อนกรวด

สิ่งสำคัญคือ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นสิวอุดตันและพยายามบีบหรือกดออก เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบและแผลเป็นรุนแรงขึ้น

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาวิธีเดียวที่เป็นมาตรฐานสำหรับทุกคน การรักษาจึงอาจประกอบด้วย Pinhole Laser, CO₂ Laser, Fractional Laser, Fractional Picosecond Laser, RF Microneedling, Intralesional RF หรือการฉีดยาเฉพาะจุด โดยเลือกให้เหมาะกับลักษณะของแผลเป็นแต่ละราย

หัวใจสำคัญที่สุดยังคงเป็น การควบคุมสิวตั้งแต่เนิ่น ๆ หลีกเลี่ยงการบีบแกะ และวางแผนการรักษาแผลเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ
ผลการรักษาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคลครับ

https://youtu.be/te41g25zdIc?si=O-AuoMO_JvKz432k

คีลอยด์ ,แผลเป็นนูน ,รักษาแผลเป็น ,เลเซอร์แผลเป็น ,Scar Treatment,
papularacnescar ,แผลเป็นตุมนูนจากสิว ,สิวที่หลัง ,สิวที่ตัว
.......

http://line.me/ti/p/@Demedclinic

.......
ปรึกษาคุณหมอหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 063-959-4392
Line: http://line.me/ti/p/@Demedclinic 
Line: @Demedclinic
Wechat/Whatsapp: Demedclinic
IG: https://www.instagram.com/drsuparuj
FB: www.facebook.com/drsuparuj
Youtube: https://bit.ly/3p20YLE
Blockdit: https://bit.ly/3d8vYr1
TikTok : https://vt.tiktok.com/ZSJ141Mdf/ 
X.com : https://mobile.twitter.com/drruj1
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/s/GgUZYhfpSs  
www.demedclinic.com  / www.demedhaircenter.com 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้